โฆษณาทีวี (TVC) สื่อใหญ่แห่งการโฆษณา

3 (5)

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยกดเปลี่ยนช่องเมื่อเจอโฆษณาต่าง ๆ คั่นรายการ หรืออาจจะมีอีกหลาย ๆ คนที่ชอบดูโฆษณาทุกอันที่มีก็เป็นได้ โฆษณาที่ปรากฏอยู่ทางหน้าจอโทรทัศน์นั้น เราจะเรียกกันว่า TVC ย่อมาจาก Television Commercial Advertising  

โดยแบ่งออกได้เป็น การโฆษณาสินค้าและบริการ (Spot Television Advertising) ซึ่งจะมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ มีการจดจำ และตัดสินใจซื้อในที่สุด

และอีกประเภทคือการโฆษณาประชาสัมพันธ์สถาบัน หรือการโฆษณาเพื่อการประชาสัมพันธ์ (Institutional Advertising or Public Relations Advertising or Corporate Advertising)

ซึ่งจะเป็นการแจ้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้ประชาชนได้ทราบ อาจจะเป็นการรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อแสดงตนว่าเป็นพลเมืองดีของสังคมโดยการนำกิจกรรมที่ได้กระทำออกมาเผยแพร่ ตลอดจนการรณรงค์ส่งเสริมหรือกระตุ้นเตือนสังคมในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กร มากกว่าการมาเสนอขายสินค้านั่นเองค่ะ

รูปแบบการนำเสนอโฆษณาทางทีวีที่เป็นภาพยนตร์โฆษณา หรือ TVC ที่เห็นกันอยู่โดยทั่วไปนั้น ประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นภาพ (The Video or Visual ) กับข้อความ (Superimposition – super) และส่วนที่เป็นเสียง (The Audio) ได้แก่พวกคำพูด (Spoken Word) ดนตรีที่ใช้ประกอบโฆษณา (Music) และเสียงอื่น ๆ ที่นำมาใช้ประกอบโฆษณาด้วย (Other Sound เช่น Sound Effect ต่าง ๆ)

Mauro_B / Pixabay

ซึ่งการกำหนดหรือการเลือกแนวทางในการนำเสนอโฆษณาให้น่าสนใจนั้นมีอยู่หลากหลายวิธี รูปแบบการนำเสนอ หรือที่เรียกว่าการ Present ของ TVC ที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายวิธี ซึ่งสามารถเลือกนำมาใช้ได้ตามความเหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ Product Presentation หรือ Product as Hero โดย TVC จะเน้นไปที่การนำเสนอตัวสินค้าให้มีความโดดเด่น ตื่นเต้น น่าสนใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค สิ่งที่นำเสนอจะต้องเป็นไปในรูปแบบของการได้ประโยชน์จากสินค้าที่ผู้บริโภคจะได้รับ เช่น สินค้าที่เป็นอาหาร ก็จะโฆษณาให้เห็นถึงความน่ากิน หรือแสดงวิธีทำที่ดูเพลินเพลินและน่ากิน เป็นต้น  

 

หรือจะเป็นการทำ Demonstration ซึ่งเทคนิคการสาธิต จะนิยมนำมาใช้กับสินค้าบางประเภท เพราะการใช้ TVC นั้นเหมาะกับการสาธิตสินค้าให้ผู้บริโภคได้อย่างชัดเจนที่สุด เช่น สาธิตการใช้ยาฆ่าแมลง ที่จะแสดให้เห็นถึงการนำยาฆ่าแมลงไปฉีดตามที่ต่าง ๆ เพื่อกำจัดแมลงอย่างได้ผล

หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ที่จะแสดงวิธีการใช้ที่ทำให้เห็นว่าสินค้านั้น ๆ มีประสิทธิภาพดีเพียงใด หรืออาจจะเป็นการกล่าวถึง Problem and Solutions ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ผู้บริโภคประสบพบเจออยู่ และปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหรือถูกบรรเทาได้ด้วยสินค้าที่กำลังโฆษณาอยู่นั่นเอง

หรืออาจจะเลือกใช้วิธี present อื่น ๆ อีกหลากหลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละประเภทสินค้า เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าออกมาให้เป็นที่น่าสนใจและน่าจดจำ อันนำไปสู่การตัดสินใจซื้อให้ได้มากที่สุด โดยที่โฆษณาแบบ TVC นั้นจะต้องสร้างความดึงดูดใจ

เพราะในปัจจุบัน เพียงการนำเสนอสินค้าออกมาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน เราจึงจำเป็นต้องใส่ความดึงดูดลงไป ความดึงดูดในที่นี้หมายความถึงการดึงดูดให้ผู้บริโภคนั้นติดตาม และมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวโฆษณาตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เศร้า ซึ้ง ตลก ขบขัน ลุ้นระทึก เห็นอกเห็นใจ เหล่านี้ เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งที่เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์ จึงมีความจำเป็นและสำคัญมากในการสร้างภาพยนตร์โฆษณาในยุคปัจจุบันนี้

wilkernet / Pixabay

ในยุคของโลก Digital อย่างปัจจุบัน ผู้บริโภคนั้นสามารถเลือกที่จะเข้าไปรับชมภาพยนตร์โฆษณา หรือจะข้ามไปไม่ดูก็ได้ สามารถเลือกชมสิ่งต่าง ๆ พร้อมกันได้หลายหน้าจอ ซึ่งเรียกพฤติกรรมการใช้งานแบบนี้ว่า Multiple screen เกิดขึ้นเนื่องจากความสนใจของผู้บริโภคถูกแย่งไปโดยสื่อหลาย ๆ แบบ

นักการตลาดหรือว่านักโฆษณา จะต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดีว่าจะวางแผนอย่างไรเพื่อให้ TVC ที่ทำออกมานั้นสามารถเข้าถึงสื่อประเภทต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง เพราะการเข้าสู้ยุค Digital นั้น ทำให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะอยู่ในโลกออนไลน์หรือ Social media แทบจะตลอดเวลา

โดยพบว่ามีการใช้ facebook นั้นมีอัตราการใช้งานที่สูงกว่าโทรทัศน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา Primetime รวมทั้งพบว่าผู้บริโภคนิยมหันมาใช้ Youtube แทนเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการรับชม TVC ที่ฉายระหว่างคั่นรายการทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาต่าง ๆ

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะทำอย่างไรถ้าหากว่าผู้บริโภคไม่ยอมดูโฆษณาทางโทรทัศน์ หรือ TVC แต่หันมาใช้การรับชมรายการโทรทัศน์ย้อนหลังผ่านสื่อออนไลน์ และหลีกเลี่ยงการดูโฆษณาโดยการกดข้ามไปแทน

 

นี่เป็นโจทย์ที่นักโฆษณาและนักการตลาด จำเป็นจะต้องทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อนำมาวิเคราะห์และสร้างแนวทางต่าง ๆ ในการนำเสนอและแก้ปัญหาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราอาจจะใช้ TVC ทางสื่อโทรทัศน์มาใช้งานร่วมกับการทำ Video Content ในโลกออนไลน์ควบคู่กันไป

โดยการทำให้ TVC เปรียบเสมือนการฉายตัวอย่างหนัง หรือ Trailer ที่ฉายเพียงระยะเวลาสั้น ๆ โดยการตัดต่อเลือกเอาเนื้อหาที่น่าสนใจในโฆษณาเต็มของ Video content ที่อาจจะมีความยาวหลายนาที มาทำเป็น TVC ที่มีความยาวเพียงไม่กี่วินาที เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ อยากติดตามเนื้อหาที่สมบูรณ์ต่อใน Video Content

เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และผสมผสานการใช้ระหว่าง TVC กับสื่อออนไลน์ ให้อยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ